สุดยอด ครีมกันแดดผู้ชาย ปี 2021 ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
เป็นผู้ชายใครว่าไม่ต้องดูแลผิวหน้าหรือทาครีมกันแดด ยิ่งถ้ามีไลฟ์สไตล์ที่ชอบความท้าทายและเต็มที่กับทุกกิจกรรม ยิ่งทำให้เหล่าคุณผู้ชายทั้งหลายควรหาครีมกันแดดผู้ชายไว้คอยปกป้องผิว แต่จะเลือก ครีมกันแดดผช อย่างไรให้เหมาะกับกิจกรรมของแต่ละคน และตอบโจทย์ความสบายผิว มาดูวิธีเลือกกันแดดผู้ชายแบบง่ายๆ เหล่านี้กัน
‘ครีมกันแดด’ คือหนึ่งในสกินแคร์ที่แพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่แนะนำว่าควรต้องมีติดไว้ใช้ดูแลผิวหน้าเป็นประจำ เพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวี ช่วยให้ผิวไม่ถูกแสงแดดทำลายจนไหม้หรือเกิดจุดด่างดำต่าง ๆ รวมทั้งลดโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง ทั้งนี้ ครีมกันแดดมีให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ โลชั่น ครีม ฟลูอิด หรือสเปรย์ ซึ่งผู้ชายหลายคนอาจไม่ค่อยชอบใช้เพราะเจอกับครีมกันแดดที่เนื้อสัมผัสเหนียว และไม่สบายผิว ดังนั้น การดูแลผิวหน้าผู้ชายจึงควรเลือกครีมกันแดดผู้ชายที่เหมาะกับสภาพผิวและกิจกรรมของหนุ่มๆ
เลือกครีมกันแดดผู้ชายให้เหมาะกับสภาพผิว
หนุ่มๆ ส่วนใหญ่มักจะมีสภาพผิวมัน ทำให้มักคิดไปว่าหากยิ่งทาครีมกันแดดจะยิ่งทำให้หน้ามัน และรู้สึกเหนอะหนะหากต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่แท้จริงแล้วครีมกันแดดที่เหมาะกับแต่ละสภาพผิวนั้นมีหลายประเภท หนุ่มๆ สามารถเลือกประเภทของครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพผิวได้ เช่น
- ผู้ชายผิวแพ้ง่าย ควรเลือกครีมกันแดดผชที่มีส่วนผสมหรือสารสกัดจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี ไม่มีแอลกอฮอล์ หรือครีมกันแดดที่ออกแบบมาเพื่อผิวบอบบางโดยเฉพาะ ควรเป็นเนื้อฟลูอิดเพื่อให้ซึมผ่านผิวได้ง่าย
- ผู้ชายผิวมันและเป็นสิวง่าย ควรเลือกกันแดดผชที่มีเนื้อบางเบา คุมมันได้ เช่น เนื้อดรายทัช ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันที่จะทำให้ใบหน้ายิ่งมันมากขึ้นไปอีก ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน และเกิดสิวเพิ่ม
- ผู้ชายผิวแห้ง ควรเลือกครีมกันแดดผชที่มีให้ความชุ่มชื้นเพียงพอ เนื้อครีมบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะ
Tips SPF และ PA คืออะไร ? SPF (Sun Protection Factor) คือค่าความสามารถในการป้องกันรังสี UVB ไม่ให้เกิดอาการแดงของผิวหนัง เช่น SPF 50 หมายถึง การใช้เวลานานกว่า 50 เท่าของเวลาที่ทำให้ผิวแดงเมื่อเปรียบเทียบกับตอนที่เรายังไม่ได้ทาครีมกันแดด เช่น ถ้าเราอาบแดดในหน้าร้อนโดยไม่ได้ทาครีมกันแดดผิวจะเริ่มแดงในเวลา 10 นาที หมายความว่า SPF 50 จะป้องกันไม่ให้ผิวแดงได้นาน 500 นาที (8 ชั่วโมง) PA (Protection Grade of UVA) เป็นค่าที่แสดงคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ส่วนเครื่องเครื่องหมาย + คือค่าความสามารถในการปกป้องผิว โดยถ้า PA+ ป้องกันรังสี UVA ได้ 1-4 เท่าของผิวปกติ หรือป้องกันได้น้อย, PA++ ป้องกันรังสี UVA ได้ 4-8 เท่าของผิวปกติ หรือป้องกันได้ปานกลาง (ทำงานในร่ม) , PA+++ ป้องกันรังสี UVA ได้ 8-16 เท่า หรือป้องกันได้มาก (ทำงานกลางแดด) และ PA++++ ป้องกันรังสี UVA ได้ 16 เท่าขึ้นไป หรือป้องกันได้สูงมาก (ทำงานกลางแดดตลอดเวลา) |
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.eucerin.co.th/skin-concerns/sun-protection/best-men-sunscreen

Comments
Post a Comment