อยาก “กู้ซื้อบ้าน” ต้องเตรียมตัวอย่างไร? ไปดูกันเลย!

 


การซื้อบ้านเป็นหนึ่งในการลงทุนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของหลายคน การกู้เงินเพื่อซื้อบ้านเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้โดยไม่ต้องใช้เงินสดทั้งหมดในการซื้อบ้านทันที นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นในการชำระคืนเงินกู้


ขั้นตอนในการกู้ซื้อบ้าน


1. ประเมินความสามารถในการชำระเงิน : ก่อนที่จะกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน คุณควรประเมินความสามารถในการชำระเงินของตัวเอง โดยคำนึงถึงรายได้ต่อเดือน รายจ่ายประจำ และเงินที่สามารถผ่อนชำระเงินกู้ได้ ควรคำนวณให้แน่ใจว่าคุณสามารถชำระเงินกู้ได้อย่างสม่ำเสมอโดยไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

2. เลือกธนาคารและประเภทของสินเชื่อ : การเลือกธนาคารที่เหมาะสมและประเภทของสินเชื่อเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ควรศึกษาและเปรียบเทียบเงื่อนไขของสินเชื่อจากธนาคารต่าง ๆ เพื่อหาอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ดีที่สุดสำหรับคุณ นอกจากนี้ยังควรพิจารณาประเภทของสินเชื่อ เช่น สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเพื่อปรับปรุงบ้าน หรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์

3. จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็น : การยื่นขอกู้เงินซื้อบ้านต้องมีการจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารรับรองรายได้ สลิปเงินเดือน และเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ต้องการซื้อ ควรตรวจสอบรายการเอกสารที่ต้องใช้กับธนาคารที่คุณเลือกเพื่อเตรียมพร้อมและลดความล่าช้าในการพิจารณา

4. ยื่นขอสินเชื่อ : เมื่อเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว คุณสามารถยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารที่เลือกได้ โดยธนาคารจะทำการประเมินความสามารถในการชำระเงินและพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ การพิจารณาอาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธนาคารและประเภทของสินเชื่อ

5. การตรวจสอบบ้านและการประเมินราคา : หลังจากที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อแล้ว ธนาคารจะทำการตรวจสอบบ้านและประเมินราคาทรัพย์สินที่คุณต้องการซื้อ เพื่อให้แน่ใจว่ามูลค่าทรัพย์สินที่คุณต้องการซื้อนั้นเหมาะสมกับเงินกู้ที่ธนาคารอนุมัติ

6. การทำสัญญาและการจดทะเบียน : เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นและได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว คุณจะต้องทำสัญญากู้เงินกับธนาคารและทำสัญญาซื้อขายบ้านกับเจ้าของบ้าน หลังจากนั้นจะต้องทำการจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมที่สำนักงานที่ดินเพื่อให้การซื้อขายบ้านเสร็จสมบูรณ์


เตรียมตัวก่อนกู้ซื้อบ้าน…เริ่มด้วยคำนวณสินเชื่อบ้านง่ายๆ  การคำนวณสินเชื่อบ้านก่อนที่จะกู้ซื้อบ้านดูเหมือนจะเป็นขั้นตอนที่ชวนปวดหัวอยู่ไม่น้อยสำหรับหลายคน เพราะมีเรื่องของอัตราดอกเบี้ยคงที่และอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง จนทำให้บางคนคำนวณไม่ถูกว่า อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์  จริงๆ แล้วตัวเลขทั้งหลายนั้นอาจไม่ได้ทำให้เราปวดหัวอย่างที่กลัวกัน ถ้ารู้จักทำความเข้าใจและคำนวณไปทีละขั้นตอน โดยก่อนอื่นต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจตารางดอกเบี้ยที่ธนาคารให้ เพื่อเปรียบเทียบและตัดสินใจข้อมูลดอกเบี้ยสินเชื่อเบื้องต้น โดยคุณสามารถเช็คอัตราดอกเบี้ยและคำนวณสินเชื่อได้เองจากที่นี่ -->Click  ตามด้วยการทำความเข้าใจอัตราดอกเบี้ยประเภทต่างๆ ได้แก่ MLR (Minimum Loan Rate) อัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ระยะยาวที่แน่นอน ซึ่ง MLR ของแต่ละธนาคารจะไม่เท่ากันและเปลี่ยนแปลงตามสภาพเศรษฐกิจการเงินในแต่ละช่วงด้วย MRR (Minimum Retail Rate) อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร อัตราดอกเบี้ยคงที่ อัตราดอกเบี้ยคงที่จะมีการระบุตัวเลขเปอร์เซ็นต์ต่อปีชัดเจน เป็นส่วนที่สามารถนำเปรียบเทียบกันได้ทันที ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นอัตราดอกเบี้ยของช่วง 1-3 ปีแรกของระยะผ่อนชำระ อัตราดอกเบี้ยลอยตัว อัตราดอกเบี้ยประเภทนี้จะอิงอยู่กับ MLR หรือ MRR ของแต่ละธนาคาร ตัวอย่างเช่น MLR – 1% ต่อปี หรือ MRR – 1.5% ต่อปี ซึ่งการจะเปรียบเทียบดอกเบี้ยประเภทนี้จะต้องนำ MLR และ MRR ของแต่ละแห่งมาดูก่อนจะตัดสินได้ว่า ธนาคารไหนดอกเบี้ยสูงหรือต่ำกว่ากัน อธิบายศัพท์พื้นฐานของการคำนวณสินเชื่อที่ต้องรู้แล้ว เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น เรามาดูตัวอย่างการคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญากันดีกว่า  ตัวอย่าง 1 อัตราดอกเบี้ยของธนาคาร A มีรายละเอียด คือ ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ยคงที่  3.25%ปีที่ 2 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยลอยตัวเท่ากับ MLR – 0.25%MLR ณ ปัจจุบัน เท่ากับ 6.275% ต่อปีระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี วิธีคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา = [3.25 + (6.275-0.25)19] ÷ 20 = 5.88% ตัวอย่าง 2 อัตราดอกเบี้ยของธนาคาร B มีรายละเอียด คือ ปีที่ 1-2 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.65%ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.45%ปีที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยลอยตัวเท่ากับ MRR-2%MRR ณ ปัจจุบันเท่ากับ 7.37%ระยะเวลาผ่อนชำระ 30 ปี วิธีคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา = [2.65 + 2.65 + 3.45 + (7.37-2)27] ÷ 30 = 5.12%  เมื่อรู้วิธีคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาแล้ว ก็จะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบดอกเบี้ยระหว่างแต่ละธนาคารได้สะดวกขึ้น เพราะการเปรียบเทียบดอกเบี้ยว่าธนาคารไหนจะมากน้อยกว่านั้น จะต้องดูดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา ไม่ใช่ตัวเลขดอกเบี้ยเฉพาะช่วง เฉพาะปีอย่างไรก็ตาม ถึงจะคำนวณสินเชื่อด้วยวิธีง่ายๆ อย่างนี้แล้ว เรายังต้องตรวจสอบกับธนาคารเพิ่มเติมด้วยว่า วงเงินที่ขอกู้นั้น ใช้อัตราดอกเบี้ยใดบ้าง  ที่ต้องอธิบายเพิ่มเติมในส่วนนี้ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยมีเกณฑ์ในการให้สินเชื่อ 95% ของราคาประเมินสำหรับอสังหาริมทรัพย์แนวราบ และ 90% สำหรับอสังหาริมทรัพย์แนวดิ่ง ซึ่งถ้าวงเงินที่เราขอกู้ไปอยู่ในเงื่อนไขนี้ ก็จะสามารถใช้อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อเคหะได้ แต่หากเกินนี้ไป ส่วนต่างที่เกินมาจะต้องใช้ดอกเบี้ยของการกู้สินเชื่อเอนกประสงค์ ซึ่งมักจะสูงกว่าแทน อย่างที่บอกแต่แรกว่า เรื่องสินเชื่อบ้านไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากมีเวลาและค่อยๆ ทำความเข้าใจ ก็จะสามารถคำนวณเปรียบเทียบเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ได้ที่นี่ -->Click เมื่อเข้าใจการคำนวณสินเชื่อด้วยตัวเองแล้ว ต่อไปก็เข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมเอกสารที่ใช้ในการยื่นกู้ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ สำหรับบุคคล สำเนาบัตรประชาชน-ทะเบียนบ้านของผู้กู้ (ทั้งเล่ม / ทุกแผ่น )          สำเนาบัตรประชาชน-ทะเบียนบ้านของคู่สมรส(ถ้ามี)        สำเนาทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี) หรือใบมรณบัตรคู่สมรส    สำเนาการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)        ใบรับรองเงินเดือน พร้อมสลิปเงินเดือน เดือนสุดท้าย (ฉบับจริง) สำหรับนิติบุคคล สำเนาทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพาณิชย์ (ในกรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว) และรูปถ่ายกิจการและสำเนาบัญชีกระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน   สำเนาบัญชีธนาคาร (ย้อนหลัง 6 เดือนจากปัจจุบัน) หรือถ่ายทุกๆ หน้ารวมหน้าบัญชีปัจจุบัน ทุกๆ เล่มที่มีสำเนาสัญญาซื้อขาย และใบเสร็จงวดดาวน์ทุกงวดสำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี เอกสารที่ใช้ทั้งหมดนี้อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันไปบ้างตามธนาคารที่เราขอยื่นกู้ แต่การเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้พร้อมไว้ก่อนก็จะช่วยให้เข้าสู่ขั้นตอนถัดไปได้เร็วขึ้นและเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย คราวนี้ล่ะ บ้านในฝันที่คุณรอคอยก็จะเป็นของคุณตามที่ฝันไว้แล้ว


การกู้ซื้อบ้านเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องมีการวางแผนและเตรียมตัวอย่างดี ด้วยการประเมินความสามารถในการชำระเงิน เลือกธนาคารและประเภทของสินเชื่อที่เหมาะสม จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็น และยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร การเลือกบ้านที่เหมาะสมกับงบประมาณและการใช้บริการที่ปรึกษาทางการเงินจะช่วยให้การกู้ซื้อบ้านเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจในความสำเร็จของการเป็นเจ้าของบ้านในฝันของคุณ


ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโด ก็คำนวณเพื่อเตรียมตัวเลือกซื้อได้อย่างสะดวกสบาย ที่ PRUKSA มีโครงการมากมายให้สามารถเลือก จอง จ่าย ได้ง่าย พร้อมใส่ใจเพื่อทั้งชีวิตให้อยู่ดี มีสุข


Comments

Popular posts from this blog

ซื้อ พร บ รถยนต์ ทำได้เองบนออนไลน์

คอนโด The Tree รามคำแหง พัฒนาการ-เอกมัย คอนโดพร้อมอยู่ ใกล้ ARL | Pruksa